benjasiri
Untitled Document
Google
Monthly Newsletter
Subscribe newsletter

Untitled Document news thai
What's on?

Ramada Plaza Menam Riverside Bangkok
Father?s Day Celebration
Golden Tulip Sovereign Hotel Bangkok
Celebrate Father?s Day
Sheraton Pattaya Resort
Special Weekend for Father
Fathers Dine Free
Sofitel Bangkok Silom
Pullman Bangkok King Power
Pullman Bangkok King Power
Festive Goodies & Holiday Gifts @ Treats Gourmet
Chatrium Hotel Riverside Bangkok
Vic Hua Hin
Fringe Festival 2011/12
V Villas Hua Hin
V Villas Hua Hin ? December Specials
Anantara Bangkok Riverside Resort & Spa
Trader Vic?s & Benihana Return Better Than Ever
ARDEL Gallery of Modern Art (Boromrachachonnanee Rd.)
The Essence of Impermanence
Mandarin Oriental, Bangkok
CULINARY WINTER DELIGHTS
Buddy Oriental Riverside Pakkred
Buddy Oriental Riverside Pakkred Re-Opening After Flood Situation
The World and Ginger, Centara Grand at CentralWorld
Flavours of the Mediterranean
BANYAN TREE BANGKOK
FESTIVE TREASURES UNDER THE BANYAN TREE!
DOB Hualamphong Gallery (Rama 4 Road)
See Saw Seen IV
Amari Atrium Bangkok
Festive Celebrations
Centara Hotels & Resorts
Centara Hotels & Resorts opens a new luxury and indulgence Spa Cenvaree in Krabi

Menu
 Places to Go
 
Home
website hit counterStats
Hotel Booking
Bangkok
Pattaya
Krabi
Chiang Mai
Koh Samui
Phuket
Koh Chang
Koh phangan
Hua Hin
Cha-am
Other
Bangkok Places
The Grand Palace
Wat Trimit
Wat Bukhalo
Siam Paragon
MBK
The Royal Barges
Marimekko – Fabrics, Fashion
Siam Ocean World Bangkok
Saphan Phut
Wat Sri Mahamariamman
Phyathai Palace
Jim Thompson
Untitled Document
Hotels & Resorts
Hilton Phuket Arcadia Resort & Spa
InterContinental
Bangkok
The Grand Hyatt
Erawan Bangkok
Sheraton Krabi Beach Resort
Sri Panwa
Pimalai Resort & Spa
Aleenta Resort & Spa
Phuket - Phangnga
Royal Orchid Sheraton
Nakamanda Resort
Old Bangkok Inn
Banyan Tree Bangkok
Four Seasons Hotel Bangkok
Untitled Document
Restaurants
Supatra River House
Petsaichon
Restaurant
Henry J.Bean's Bar and Grill
Acqua
Bangpoo Resort
Silom Village
Chatuchak Cafe
Madison
Le Vendome
Tsu-Nami
Spring
Untitled Document
Shopping
The Exhibition in Honor of His Majesty the King
Hua Hin Jazz Festival 2006
ICT EXPO 2006
Wat Arun
Festival 2006
Oliviers & Co
Fireworks in the 60th Anniversary Celebrations
Spas
Blue Lagoon Spa
Chi Spa
The Purple Spa
Inner Spa
Crystal Spa
Divana Spa
Sivara Spa, Amari Trang Beach Resort
Banyan Tree Spa, Phuket
Travel
วัดพระธาตุหนองบัว
จ.อุบลราชธานี
วัดพระเหลาเทพนิมิตร
พระมงคลมิ่งเมือง
ดงลำดวน สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ จ.ศรีษะเกษ
วัดพระพุทธบาทยโสธร
ปราสาทสระกำแพงใหญ่
วัดมหาธาตุยโสธร
Sarapadnuek Cave,
Pak chong
Koh Samet
The Corral at Ayutthaya
Sanctuary of Truth
Khao Yai
Trang
JJ Market
Articles
Everywhere is Elephant
Visaka Puja Day
Thailand: the Culture
of Rice
Songkran Festival
Untitled Document
Provinces
Ubon Ratchathani
Phuket
Mae Hong Son
Lop Buri
Sukhothai
Trat
Surat Thani
At-Bangkok
In the News
Other Information
Art Galleries
Bangkok Theatres
Transportations
Banks
Embassies
 
Photo Exhibition
Link Exchange
 

 
Untitled Document
:: At-Bangkok ::
click on a button to get a Java Software
to view panoramic tours get Java
 
จังหวัดกาญจนบุรี
สภาพภูมิศาสตร์
ความเป็นมา
การเดินทาง
แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ
  สะพานข้ามแม่น้ำแคว
  ทางรถไฟสายมรณะ
  พิพิธภัณฑ์อักษะเชลย
หรือพิพิธภัณฑ์สงครามวัดใต
  หอศิลป์และพิพิธภัณฑ
์สงครามโลกครั้งที่ 2
  สุสานทหารสัมพันธมิตร
  อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์
  อุทยานแห่งชาติไทรโยค
  ด่านเจดีย์สามองค์
  เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
ทุ่งใหญ่นเรศวร
เทศกาล
  งานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแคว
ที่พัก
ร้านอาหาร
รูปจังหวัดกาญจนบุรี
 
จังหวัดกาญจนบุรี

คำขวัญประจำจังหวัด
แคว้นโบราณ ด่านเจดีย์ มณีเมืองกาญจน์ สะพานข้ามแม่น้ำแคว แหล่งแร่น้ำตก

สัญลักษณ์:
- เป็นรูปเจดีย์สามองค์
ความหมาย:
เจดีย์ทรงป้านซึ่งเป็นศิลปแบบมอญ สูงประมาณ 6 เมตร ช่องห่างระหว่างเจดีย์ 5-6 เมตร เส้นทางนี้ในอดีตใช้เป็นทางเดินทัพที่สำคัญ และใกล้ที่สุดของประเทศคู่ศึกไทยกับพม่า จากความสำคัญดังกล่าว จึงใช้รูปเจดีย์สามองค์เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมอันกล้าหาญของบรรพชน และเป็นปูชนียสถานที่สำคัญทางศาสนา

อักษรย่อจังหวัด: กจ.
สภาพภูมิศาสตร์
 

ส่วนใหญ่ เป็นป่า โดยเฉพาะชายแดน ที่ติดกับพม่า ยังมีสภาพเป็นป่าดงดิบ ซึ่งมีสัตว์ป่านานาชนิด อาศัยอยู่ เป็นจำนวนมาก

กาญจนบุรี แบ่งเขตการปกครองออกเป็น ๑๐ อำเภอ และ ๓ กิ่งอำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอบ่อพลอย อำเภอเลาขวัญ อำเภอพนมทวน อำเภอไทยโยค อำเภอสังขละบุรี อำเภอศรีสวัสดิ์ อำเภอท่ามะกา อำเภอท่าม่วง อำเภอทองผาภูมิ กิ่งอำเภอด่านมะขามเตี้ย กิ่งอำเภอหนองปรือ และกิ่งอำเภอห้วยกระเจา ตั้งอยู่ภาคกลางของประเทศไทยห่างจากกรุงเทพฯ ไปทางทิศตะวันตก ประมาณ 129 กม. มีเนื้อที่ประมาณ 19,483.148 ตร.กม.หรือประมาณ 12,176,967.5 ไร่มีอาณาเขตติดต่อดังนี้
        ทิศเหนือ ติดต่อกับ จังหวัดตากและจังหวัดอุทัยธานี
        ทิศใต้ ติดต่อกับ จังหวัดราชบุรี
        ทิศตะวันออก ติดต่อกับ จังหวัดสุพรรณบุรีและนครปฐม
        ทิศตะวันตก ติดต่อกับ   ประเทศสหภาพพม่า

ประวัติความเป็นมา
  เมืองกาญจนบุรี เป็นเมืองโบราณเก่าแก่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาทุกยุคสมัย สามารถแบ่งออกเป็นยุคสมัยตามหลักฐานที่พบได้ดังนี้
สมัยก่อนประวัติศาสตร์
     เริ่มตั้งแต่สมัยเริ่มกำเนิดมีมนุษย์ขึ้นในโลก จากสภาพภูมิศาสตร์ที่มีภูเขา แม่น้ำ ป่าไม้ สิงสาราสัตว์มากมาย เหมาะที่จะเป็นที่ตั้งอาศัยของมนุษย์มาตั้งแต่ในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ พบหลักฐานทางด้านโบราณคดีมากมายได้แก่ เครื่อมือหินกะเทาะ เครื่องมือสมัยหินใหม่ เครื่องมือสมัยโลหะ โครงกระดูกมนุษย์ ภาชนะดินเผา เครื่องประดับ ภาพเขียนสีที่ผนังถ้ำ โลงศพ ฯลฯ ตามถ้ำเพิงผา และตามลำน้ำแควน้อยแควใหญ่ ตลอดไปจนลุ่มแม่น้ำแม่กลอง
สมัยทวาราวดี
เมื่ออินเดียได้เดินทางเข้ามาค้าขาย และเผยแพร่พุทธศาสนายังแคว้นสุวรรณภูมิ ในราวพุทธศตวรรษที่ 11 - 16 พบหลักฐานศิลปะอินเดียสมัยคุปตะในสมัยทวาราวดี ตามลำน้ำแควน้อย แควใหญ่ และแม่กลอง ที่บ้านวังปะโท่ บ้านท่าหวี บ้านวังตะเคียน และพงตึก โบราณวัตถุสถานที่พล เช่น ซากเจดีย์ วิหาร พระพุทธรูป พระพิมพ์ เสมาธรรมจักร ระฆังหิน เครื่องประดับ ภาชนะดินเผา และพบตะเกียงโรมันสำริดที่มีอายุราว พศ. 600 นับเป็นโบราณวัตถุที่เก่าแก่ที่สุดของไทย
สมัยอิทธิพลขอม
  จากหลักฐานทางเอกสารที่เก่าแก่ที่สุดที่กล่าวถึงเมืองกาญจนบุรี คือ พงศาวดารเหนือ กล่าวว่า "กาญจนบุรีเป็นเมืองพญากง พระราชทานบิดาของพระยาพาน เป็นเมืองสำคัญของแคว้นอู่ทอง หรือสุวรรณภูมิ มีผู้สันนิษฐานว่าพญากงสร้างขึ้นราว พ.ศ. 1350" ต่อมาขอมได้แผ่อิทธิพลนำเอาศาสนาพุทธมหายานเข้ามาประดิษฐานในเมืองกาญจนบุรี ปรากฏหลักฐานคือปราสาทเมืองสิงห์ เมืองครุฑ เมืองกลอนโด จนอำนาจอิทธิพลขอมเสื่อมลงไป สมัยอยุธยาเป็นราชธานี
ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เมืองกาญจนบุรีปรากฏชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วไป ต้องกลายมาเป็นเมืองหน้าด่าน เพราะตั้งอยู่ติดกับประเทศคู่สงครามคือพม่า กาญจนบุรีจึงเป็นเส้นทางเดินทัพและสมรภูมิ ด้วยเหตุว่ามีช่องทางเดินติดต่อกับพม่า คือ ด่านพระเจดีย์สามองค์ และด่านบ้องตี้ จึงนับว่ามีความสำคัญที่สุดเมืองหนึ่งในทางยุทธศาสตร์ ยังปรากฏชื่อสถานที่ในพงศาวดารหลายแห่งเช่น ด่านพระเจดีย์สามองค์ สามสบ ท่าดินแดง พุตะไคร้ เมืองด่านต่างๆ เมืองกาญจนบุรีตั้งอยู่ในช่องเขาริมลำน้ำแควใหญ่มีลำตะเพินอยู่ทางด้านทิศเหนือ ด้านหลังติดเขาชนไก่ ห่างจากที่ตั้งปัจจุบันไปประมาณ 14 กิโลเมตร ชาวบ้านเรียกกันว่าเมืองกาญจนบุรีเก่ามีผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 170x355 เมตร มีป้อมมุมเมืองก่อด้วยดินและหินทับถมกัน ลักษณะของการตั้งเมืองเหมาะแก่ยุทธศาสตร์ในสมัยนั้นอย่างยิ่ง ด้วยเป็นซอกเขาที่สกัดกั้นพม่าที่ยกมาทางด่านพระเจดีย์สามองค์ มุ่งจะไปตีเมืองสุพรรณบุรีและอยุธยาจำเป็นต้องตีเมืองกาญจนบุรีให้ได้เสียก่อน หากหลีกเลี่ยงไปอาจจะถูกกองทัพที่เมืองกาญจนบุรีตีกระหนาบหลัง ปัจจุบันยังมีซากกำแพงเมือง ป้องปราการ พระปรางค์ เจดีย์ และวัดร้างถึง 7 วัดด้วยกัน สมัยอยุธยานี้ไทยต้องทำสงครามกับพม่าถึง 24 ครั้ง กาญจนบุรีเป็นสมรภูมิหลายครั้ง และเป็นทางผ่านไปตีอยุธยาจนต้องเสียกรุงครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2310 และต้องย้ายราชธานีใหม่
สมัยธนบุรีเป็นราชธานี
    กรุงธนบุรีเป็นราชธานีใหม่จากการกู้เอกราชโดยพระเจ้ากรุงธนบุรี ในสมัยนี้เกิดสงครามกับพม่าถึง 10 ครั้ง กาญจนบุรีเป็นสมรภูมิอีกหลายครั้ง เช่น สงครามที่บางกุ้ง และที่บางแก้ว ซึ่งมีสมรภูมิรบกันที่บริเวณบ้านหนองขาว
สมัยกรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี
     เมื่อไทยย้ายราชธานีมาอยู่ที่กรุงเทพฯ เพียง 3 ปี ก็เกิดสงครามใหญ่คือ สงคราม 9 ทัพ แต่ไทยสามารถยันกองทัพพม่าแตกพ่ายไปได้ ณ สมรภูมิรบเหนือทุ่งลาดหญ้าในปีต่อมาก็ต้องทำสงครามที่สามสบและท่าดินแดงอีก และไทยตีเมืองทวาย จากนั้นจะเป็นการรบกันเล็กน้อยและมีแต่เพียงข่าวศึก เพราะพม่าต้องไปรบกับอังกฤษในที่สุดก็ตกเป็นเมืองขึ้น และเลิกรบกับไทยตลอดไป ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นยุทธศาสตร์การรบเปลี่ยนไป โดยเหตุที่พม่าต้องนำทัพลงมาทางใต้เพื่อเข้าตีกรุงรัตนโกสินทร์ จำเป็นต้องมีทัพเรือล่องลงมาจากสังขละบุรี มาตามลำน้ำแควน้อยผ่านอำภอไทรโยคมายังปากแพรก ซึ่งเป็นที่รวมของแม่น้ำทั้งสอง ด้วยเหตุนี้หลังจากสิ้นสงคราม 9 ทัพแล้ว จึงได้เลื่อนที่ตั้งฐานทัพจากเมืองกาญจนบุรีที่ลาดหญ้า มาตั้งที่ตำบลปากแพรก ซึ่งเป็นที่รวมของแม่น้ำทั้ง 2 สาย กลายเป็นแม่น้ำแม่กลอง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ทรงอธิบายว่า " ที่จริงภูมิฐานเมืองปากแพรกดีกว่าเขาชนไก่ เพราะตั้งอยู่ในที่รวมของแม่น้ำทั้ง 2 สาย พื้นแผ่นดินที่ตั้งเมืองก็สูงแลเห็นแม่น้ำน้อยได้ไกล ป้อมกลางย่านตั้งอยู่กลางลำน้ำทีเดียว แต่เมืองกาญจนบุรีที่ย้ายมาตั้งใหม่นี้เดิมปักเสาระเนียดแล้วถมดินเป็นเชิงเทินเท่านั้น" ในสมัยรัชกาลที่ 2 กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ได้เสด็จออกมาขัดตาทัพ กำแพงเมืองก็คงเป็นระเนียดไม้อยู่ ต่อมาจนถึง พ.ศ. 2374 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ได้โปรดให้ก่อสร้างกำแพงเมืองและป้อมปราการขึ้นเป็นถาวร ทั้งนี้โดยมีพระราชประสงค์ส่วนใหญ่เพื่อติดต่อค้าขายกับเมืองราชบุรี ดังพระราชนิพนธ์เสด็จพระพาสไทรโยค กล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า " แต่มีเมืองปากแพรกเป็นที่ค้าขาย ด้วยเขาชนไก่เมืองเดิมอยู่เหนือมากมีแก่งถึงสองแก่ง ลูกค้าไปมาลำบาก จึงลงมาตั้งเมืองเสียที่ปากแพรกนี้เป็นทางไปมาแก่เมืองราชบุรีง่าย เมืองที่สร้างขึ้นใหม่ กว้าง 5 เส้น ยาว 18 วา มีป้อม 4 มุมเมือง ป้อมย่านกลางด้านยาวตรงหน้าเมืองทิศตะวันตกเฉียงใต้มีป้อมใหญ่อยู่ตรวเนิน ด้านหลังมีป้อมเล็กตรงกับป้อมใหญ่ 1 ป้อม" การสร้างเมืองกาญจนบุรีใหม่นี้ ดังปรากฏในศิลาจารึกดังนี้ ให้พระยาราชวรินทร์ เจ้ากรมพระตำรวจเป็ฯนพระยาประสิทธิสงครามรามภักดีศรีพิเศษประเทศนิคมภิรมย์ราไชยสวรรค์พระยากาญจนบุรี ครั้งกลับเข้าไปเฝ้าโปรดเกล้าฯว่าเมืองกาญจนบุรีเป็นเมืองอังกฤษ พม่า รามัญ ไปมาให้สร้างเมืองก่อกำแพงขึ้นไว้จะได้เป็ฯชานพระนครเขื่อนเพชรเขื่อนขัณฑ์มั่นคงไว้แห่งหนึ่ง
     ในปัจจุบันกำแพงถูกทำลายลงโดยธรรมชาติและหน่วยราชการเพื่อประโยชน์อย่างอื่นเหลือเพียงประตูเมืองและกำแพงเมืองบางส่วน
     
 
รูปภาพจาก Google
 
การเดินทาง
 

1. รถยนต์ ไปตามถนนเพชรเกษมหรือไปตามถนนบรมราชชนนี ผ่านนครชัยศรี นครปฐม บ้านโป่ง ท่ามะกา ท่าม่วง ถึงจังหวัดกาญจนบุรี ระยะทาง 129 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง

2. รถโดยสารประจำทาง
- รถโดยสารธรรมดา ออกจากสถานีขนส่งสายใต้ทุก 15 นาที ตั้งแต่เวลา 04.00-20.00 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 434-5557-8
- รถโดยสารปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งสายใต้ รถปรับอากาศชั้นหนึ่ง ออกทุก 15 นาที ตั้งแต่เวลา 05.00-22.30 น. รถปรับอากาศชั้นสองออกทุก 20 นาที ตั้งแต่เวลา 05.10-20.30 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 435-1200, 434-7192

3. รถไฟ
ออกจากสถานีรถไฟบางกอกน้อย วันละ 2 เที่ยว เวลา 07.50 น. และ 13.45 น. แวะจอดที่สถานีกาญจนบุรี สะพานข้ามแม่น้ำแคว ท่ากิเลน สถานีน้ำตก สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 411-3102

วันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดราชการ มีรถไฟเที่ยวพิเศษ นำเที่ยวไปกลับภายในวันเดียว รายละเอียดสอบถาม โทร. 223-7010, 223-7020, 225-6964 การเดินทางภายในจังหวัด

จากสถานีขนส่งกาญจนบุรี ถนนแสงชูโต มีรถโดยสารไปยังอำเภอและสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เช่น บ่อพลอย หนองปรือ น้ำตกเอราวัณ น้ำตกเขาพัง น้ำตกไทรโยคใหญ่ ทองผาภูมิ และสังขละบุรี รายละเอียดสอบถามสถานีขนส่งกาญจนบุรี โทร. ( 034) 511182

แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ
 

สะพานข้ามแม่น้ำแคว
เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่งสร้างขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยกองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกพันธมิตร ได้แก่ ทหารอังกฤษ อเมริกัน ออสเตรเลีย และฮอลันดา จำนวนมากมา สร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์ผ่านประเทศพม่า ซึ่งมีส่วนหนึ่งจะต้องข้ามแม่น้ำแควใหญ่ การสร้างสะพานและทางรถไฟสายนี้เป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะความทารุณของสงครามและโรคภัยตลอดจนขาดอาหาร ทำให้เชลยศึกจำนวนหลายหมื่นคนต้องเสียชีวิตลงสะพานข้ามแม่น้ำแควตั้งอยู่ที่ตำบลท่ามะขาม ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศเหนือตามทางหลวงหมายเลข 323 ประมาณ 4 กิโลเมตร แยกซ้ายประมาณ 400 เมตร มีป้ายเขียนบอกไว้ชัดเจน

ทางรถไฟสายมรณะ
ทางรถไฟสายนี้เริ่มต้นจากสถานีหนองปลาดุก อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ผ่านเข้ากาญจนบุรีข้ามแม่น้ำแควใหญ่ไปทางทิศตะวันตกผ่านด่านเจดีย์สามองค์จนถึงปลายทางที่เมืองตันบีอุซายัต ประเทศพม่าเส้นทางสายนี้เป็นน้ำพักน้ำแรงการบุกเบิกสร้างของทหารเชลยศึกพันธมิตรที่กองทัพญี่ปุ่นเกณฑ์มาสร้างเพื่อใช้เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ผ่านประเทศพม่าทิวทัศน์ตลอดเส้นทางนี้สวยงามมากโดยเฉพาะบริเวณถ้ำกระแซที่เส้นทางรถไฟจะลัดเลาะผ่านไปตามหน้าผาเลียบไปกับแม่น้ำแควน้อยปัจจุบันเส้นทางสายนี้ไปสุดปลายทางที่บ้านท่าเสาหรือสถานีน้ำตกระยะทางจากสถานีกาญจนบุรีถึงสถานีน้ำตกเป็นระยะทางประมาณ 77 กิโลเมตรการรถไฟแห่งประเทศไทยเปิดเดินรถบนเส้นทางสายนี้ทุกวันและจัดรถไฟขบวนพิเศษสายกรุงเทพฯ-น้ำตกทุกวันเสาร์อาทิตย์และวันหยุดราชการติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 223-7010 และ 223-7020

พิพิธภัณฑ์อักษะเชลย หรือ พิพิธภัณฑ์สงครามวัดใต
ตัวอาคารสร้างเป็นกระท่อมเลียนแบบค่ายเชลยศึกสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นที่เก็บรวบรวมภาพวาดและภาพถ่ายตลอดจนเครื่องมือ
เครื่องใช้ อาวุธมือและลูกระเบิดที่ใช้ในสมัยนั้น พิพิธภัณฑ์นี้ตั้งอยู่ในบริเวณวัดไชยชุมพล ( วัดใต้)
ถนนไชยชุมพล ในตัวเมืองกาญจนบุรี เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น. ค่าเข้าชมชาวไทย
5 บาท ชาวต่างประเทศ 25 บาท

หอศิลป์และพิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2
เป็นสถานที่เก็บรักษาสิ่งที่เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้แก่ อาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ โครงกระดูกของเชลยสงคราม และภาพถ่ายเหตุการณ์ในสมัยนั้น นอกจากนี้บางส่วนยังจัดทำเป็นหอศิลป์ เก็บรวบรวมสิ่งของต่างๆ เช่น แสตมป์ ไปรษณียบัตรโบราณ เพชร พลอย และเครื่องประดับ เปิดให้เข้าชมทุกวันเวลา 07.00-18.30 น. ค่าเข้าชมชาวไทย 20 บาท ชาวต่างประเทศ 30 บาท รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ โทร. ( 034) 512596

สุสานทหารสัมพันธมิตร
เนื่องจากการเกณฑ์ทหารสัมพันธมิตรมาสสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์ ผ่านกาญจนบุรีไปประเทศพม่าของกองทัพญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นเหตุให้เชลยศึกพันธมิตรเสียชีวิตลงที่กาญจนบุรีเป็นจำนวนมาก ชาวไทยจึงได้อุทิศที่ดินให้เป็นสุสานฝังศพผู้เสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งมีอยู่ 2 แห่ง คือ สุสานกาญจนบุรี ( ดอนรัก) อยู่ที่บริเวณหลังสถานีรถไฟกาญจนบุรีห่างจากตัวเมืองออกไปทางเหนือประมาณ 1 กิโลเมตรเป็นสุสานที่มีเนื้อที่กว้างขวางสวยงามและเงียบสงบบรรจุศพทหารเชลยศึกถึง 6,982 หลุม

อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์
เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 323 เส้นทางสายกาญจนบุรี-ไทรโยค จนถึงกิโลเมตรที่ 15 จะมีทางแยกซ้ายไปปราสาทเมืองสิงห์อีก 7 กิโลเมตร เป็นโบราณสถานที่มีศิลปะการก่อสร้างอยู่ในยุคลพบุรีตอนปลาย ประมาณพุทธศตวรรษที่ 16-18 ตัวปราสาทล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาแลง มีคูน้ำ และแนวคันดินเป็นชั้นๆ คล้ายกำแพงเมืองโบราณรูปสี่เหลี่ยมภายในเนื้อที่ 200 ไร่ เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-16.30 น. ค่าเข้าชมสำหรับคนไทย 5 บาท ชาวต่างประเทศ 20 บาท

อุทยานแห่งชาติไทรโยค
มีเนื้อที่ 312,500 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานฯ เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2523 มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ คือ     น้ำตกไทรโยคน้อย หรือน้ำตกเขาพัง เป็นน้ำตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี บริเวณน้ำตกมีสภาพธรรมชาติที่สวยงามร่มรื่น มีน้ำตลอดปี นอกจากนี้ บริเวณน้ำตกไทรโยคน้อยยังได้มีการนำหัวรถจักรไอน้ำสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 มาตั้งเพื่อเป็นการรำลึกถึงการสร้างทางรถไฟสายมรณะ ให้นักท่องเที่ยวได้ชมน้ำตกเขาพังอยู่ริมถนนสายกาญจนบุรี-ไทรโยค-ทองผาภูมิ กิโลเมตรที่ 46 ห่างจากตัวเมือง 52 กิโลเมตร การรถไฟแห่งประเทศไทยจะจัดรถไฟสายน้ำตก พานนักท่องเที่ยวไปชมน้ำตกแห่งนี้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 223-7010 และ 223-7020

ด่านเจดีย์สามองค์
ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองกู่ ก่อนถึงตัวอำเภอสังขละบุรี 4 กิโลเมตร มีทางแยกขวาไปด่านเจดีย์สามองค์อีก 18 กิโลเมตร ทางราดยางตลอดสาย พระเจดีย์สามองค์นี้ เดิมเรียกว่า หินสามกอง เป็นที่สักการะของคนไทยในสมัยโบราณก่อนที่จะเดินทางเข้าสู่เขตพม่า ต่อมาในปี พ.ศ. 2472 พระศรีสุวรรณคีรี เจ้าเมืองสังขละบุรีของไทย ได้เป็นผู้นำชาวบ้านสร้างเป็นเจดีย์ขนาดเล็กสามองค์ดังที่เห็นในปัจจุบันนี้ นอกจากนี้บริเวณด่านเจดีย์สามองค์ยังเป็นช่องทางเดินทัพที่สำคัญของไทยและพม่าในอดีต ปัจจุบันนักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปชมตลาดชายแดนในเขตประเทศพม่าได้ โดยเสียค่าผ่านด่าน ชาวไทย 25 บาท ชาวต่างประเทศ 130 บาท

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร
มีพื้นที่อยู่ในเขตอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี และอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อน ยอดเขาสูงสุดคือ เขาใหญ่ อยู่บริเวณตอนกลางของพื้นที่ เป็นต้นน้ำของลำธารหลายสาย มีป่าไม้หลายชนิดประกอบด้วยทุ่งหญ้า ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และป่าดงดิบ มีสัตว์ป่าหลายชนิดอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก
    การเดินทางไปยังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ยังไม่สะดวกนัก เนื่องจากสภาพถนนบางช่วงไม่ดี จากเส้นทางทองผาภูมิ-สังขละบุรี บริเวณแยกห้วยเสือ ไปยังบ้านคลีตี้ ระยะทาง 42 กิโลเมตร ต่อจากนั้นมีทางแยกไปที่ทำการเขตฯ ที่ห้วยซ่งไท้ อีก 40 กิโลเมตร ผู้ที่จะไปยังทุ่งใหญ่นเรศวรต้องทำหนังสือขออนุญาตล่วงหน้า 15 วัน ไปที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ บางเขน กรุงเทพฯ โทร. 579-4847


เทศกาล

งานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแคว
จัดขึ้นทุกปี ในราวปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม เพื่อรำลึกถึงความสำคัญของการสร้างทางรถไฟสายมรณะและสะพานข้ามแม่น้ำแคว ซึ่งเป็นเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มีการแสดงนิทรรศการทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี การแสดงพื้นบ้าน การออกร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองและการแสดงแสงและเสียงบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำแคว


ร้านอาหาร

กาญจน์แพอาหาร                 ถ.ริมน้ำหน้าเมือง โทร. 513251

เจ.อาร์.ควีน (เรือสำราญภัตตาคารลอยน้ำ) 1/2-7 ถ.บ้านใต้ โทร. 511221

คุณอี๊ดแพอาหาร                  ถ.พัฒนา ต.ท่ามะขาม โทร. 512787

ท่องนทีแพอาหาร                 ถ.ริมน้ำหน้าเมือง โทร. 512944

เรือนพลอยแพอาหาร           ถ.ริมน้ำหน้าเมือง โทร. 511897

ไทยเสรีแพอาหาร                ถ.สองแคว โทร. 511128, 511346

บ้านเหนือแพอาหาร              ถ.ริมน้ำหน้าเมือง โทร. 512326

ริเวอร์แคว                            เชิงสะพานข้ามแม่น้ำแคว โทร. 512540

สบายจิต                             284/54-55 ใกล้โรงแรมริเวอร์แคว โทร. 511931

สุดใจ                 151 เชิงสะพานใหม่บ้านยาง ริมแม่น้ำแคว โทร. 513779

โสฬส                     เชิงสะพานข้ามแม่น้ำแคว โทร. 512540

ระเบียงฟ้า              แพอาหาร ถนนริมน้ำหน้าเมือง โทร( 034) 513823

บ้านลุงชวนสวนป้าติ๋ว 199/5 ถนนแสงชูโตเหนือ ต ท่ามะขาม อ เมือง จ.กาญจนบุรี

อ้อมตีนไก่           ถ.แสงชูโต  อยู่เยื้องกับร้าน สบายจิต เปิดขายตอน

 

 
สถานที่พัก
กิจเจริญ 284/13-14 ซอย 54 ถ.แสงชูโต โทร. 511802 จำนวน 31 ห้อง ราคา 100-180 บาท (พ , ป)
จอลลี่ฟรอกซ์       28 ซอยจีน ถ.แม่น้ำแคว โทร. 514579 จำนวน 45 ห้อง ราคา 70-100 บาท (พ)
ดอนรักบังกาโล    13/19 ถ.แสงชูโต โทร.511169 จำนวน 32 ห้อง ราคา 120-250 บาท (พ,ป)
ทิพย์วารี            221/1-4 ถ.แสงชูโต โทร. 511003 จำนวน 20 ห้อง ราคา 60-120 บาท (พ,ป)

ประสบสุขบังกาโล 677 ถ.แสงชูโต โทร. 512374 จำนวน 20 ห้อง ราคา 90-180 บาท (พ,ป)

พี เอส เกสท์เฮ้าส์ 84/4 ซอยโรงหีบอ้อย ต.บ้านเหนือ จำนวน 15 ห้อง ราคา 70-100 บาท
ไมตรีจิตบังกาโล 100/4 หมู่ 10 ถ.อู่ทอง โทร. 01-3323463 จำนวน 20 ห้อง ราคา 170-250 บาท (พ,ป)

ลักเชอรี่             284/1-5 ถ.แสงชูโต โทร. 511169 จำนวน 17 ห้อง ราคา 150-250 บาท (พ,ป)

วีแอลเกสท์เฮ้าส์ 18/11 ถ.แสงชูโต โทร. 513546, 513548 จำนวน 20 ห้อง ราคา 120-250 บาท (พ,ป)
วังทองบังกาโล    249 ถ.แสงชูโต โทร. 511046 จำนวน 24 ห้อง ราคา 100-240 บาท (พ,ป)
ศรีเจริญสุขบังกาโล 47/1 ถ.แสงชูโต โทร. 511783 จำนวน 44 ห้อง ราคา 120-200 บาท (พ,ป)
ศรีรุ่งเรืองบังกาโล 1/2 ถ.เจ้าขุนเณร โทร. 511087 จำนวน 29 ห้อง ราคา 120-200 บาท (พ,ป)
สุขสันต์              338 ซอยสถานีรถไฟ ถ.แสงชูโต โทร. 512263 จำนวน 49 ห้อง ราคา 200-500 บาท (ป)
คานาอันเกสต์เฮาส์           โทร. 01-2900587 และ01-8674996 แอร์ 300 พัดลม100-200
โรงแรมเอกไพลิน ริเวอร์แคว กาญจนบุรี      www.aekpailinriverkwai.com  02-385-8858
 
ที่พักประเภทรีสอร์ท
โบตานิกการ์เด้นรีสอร์ท     ริมแม่น้ำแคว ต.บ้านเก่า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
                กรุงเทพฯ โทร.(02) 538-4085 ,539-2260 Fax 9344909
                กาญจนบุรี Tel/FAX (034) 654088 01-2156792

บ้านไร่ริมแคว      หมู่ 1 ต.บ้านเก่า ห่างจากตัวเมือง 35 กิโลเมตร  90 ห้อง ราคา 1,200-2,400 บาท (ป)
อาคารชำนาญเพ็ญชาติ บิสซิเนสเซ็นเตอร์ ชั้น 1 ถ. พระราม9 เขตห้วยขวาง กรุงเทพ 10310
กรุงเทพฯ โทร. 026431748-9, Fax 022488454  
กาญจนบุรี โทร 034 654077-8  Fax: 034 654186

เกาะเกษมสำราญ               27 ต.บ้านใต้ นั่งเรือจากท่าชุกโดน 5 นาที
                โทร. 513359 กรุงเทพฯ โทร. 2553603-4 บังกาโล/แพ รวม 57 ห้อง ราคา 650 บาท (พ)
เกาะแควน้อยรีสอร์ท         103 หมู่ 4 ต.วังเย็น ทางไปบ้านเก่า โทร. 01-3230402 กรุงเทพฯ
                โทร.5875460-1, 5832946, 5832973 มีบังกาโล/แพ รวม 27 ห้อง ราคา 600-800 บาท (พ,ป)
แควริเวอร์ไซด์     62 หมู่ 2 ต.แก่งเสี้ยน โทร. 513167-8 กรุงเทพฯ
                โทร. 3918844-8 จำนวน 70 ห้อง ราคา 1,000-3,500 บาท
เดือนฉายรีสอร์ท             99/9 หมู่ 3 ต.ท่ามะขาม ห่างจากตัวเมือง 7 กิโลเมตร โทร. 513611-2 กรุงเทพฯ
                โทร. 4181720, 01-3120445 แพ/บังกาโล รวม 60 ห้อง ราคา 600-3,000 บาท (พ,ป)
บ้านพูนทรัพย์ ซันซีเคอร์    140 หมู่ 4 ต.ลาดหญ้า ห่างจากตัวเมือง 16 กิโลเมตร โทร.01-3120003
                กรุงเทพฯ โทร. 3778397, 3772365, 4876821 จำนวน 10 ห้อง ราคา 800-1,000 บาท
บ้านสวนฝน   ถ.กาญจนบุรี-ไทรโยค  
          - ห้องพักบนแพ 10 ห้อง
          - ห้องพักบนอาคาร 60 ห้อง
          - บังกาโล 31 ห้อง
      รวมทั้งสิ้น 101 ห้อง ** ราคาห้องละ 750 - 1200 บาท รวมอาหารเช้าแบบอเมริกัน
      สำนักงานกรุงเทพ 134/257 ถ. ประชาราษฎร์ 1 ซ. ประชาราษฎร์ 14 บางซื่อ 
      กรุงเทพ ฯลฯ 10800 โทร 02-9123137-8 แฟกซ์ 02-9123139
      ที่อยู่โรงแรม 20/3 หมู่ 8 ตำบล แก่งเสี้ยน อำเภอ เมือง กาญจนบุรี 
      71000 โทร 034-624587-9แฟกซ์ 034-625183 ห่างจากตัวเมือง 3 กิโลเมตร
ภูกาญจน์โฮมเทล                209 หมู่ 2 ถ.พัฒนาการ ซอย 3 ต.ท่ามะขาม โทร. 512282 จำนวน 16 ห้อง
ราคา 650-2,500 บาท
ริเวอร์แควฮันนี่เวลรีสอร์ท                208 หมู่ 2 ถ.พัฒนาการ ซอย 3 ต.ท่ามะขาม โทร. 515143 กรุงเทพฯ
โทร. 2221253 จำนวน 20 ห้อง ราคา 1,200 บาท (ป)
 
แพล่อง
แพโบตานิก          กรุงเทพฯ โทร.(02) 538-4085 ,539-2260 Fax 9344909
                  กาญจนบุรี โทร/FAX (034) 654088 01-2156792
แพปรีชา              โทร. 512157
แพสองแคว          โทร.512944
แพบ้านเหนือ       โทร.512036
แพไทยเสรี          โทร. 511425
แพไทย-สวีเดน    โทร. 513632
แพขุนแผน           โทร. 514002
แพอรุโณทัย         โทร. 512867
แพอิงฝั่ง              โทร. 511160
แพนิตยา               โทร. 513341
แพพบเพื่อน         โทร. 512093
แพรวมเพื่อน       โทร. 514451
แพธารทอง          โทร. 511957, 514676
 
 


Back to Top

Copyright 2004 www.At-bangkok.com All Rights Reserved
30 Sukumwit 85 Bangjak Prakanong Bangkok 10260 Tel. 662-331-1610, 662-331-1618 _Fax. 662-331-1618
email: pr@at-bangkok.com