
สะพานพระพุทธยอดฟ้าฯ
พ.ศ.2472 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงมีพระราชดำริให้มีการจัดงานเฉลิมฉลองการสถาปนากรุงเทพมหานครเป็นราชธานี ครบ 150 ปี โดยโปรดฯให้สร้างสิ่งซึ่งจะเป็นอนุสรณ์ถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ผู้ทรงสถาปนากรุงเทพมหานคร ทรงเห็นว่าเป็นการสมควรอย่างยิ่งที่จะสร้างสะพานเชื่อมพระนครกับธนบุรีเข้าด้วยกัน เพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้ร่วมกันรำลึกถึงโอกาสที่รัชกาลที่ 1 ทรงย้ายเมืองหลวงจากฝั่งธนบุรีมายังฝั่งพระนคร โดยโปรดฯให้สร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ของรัชกาลที่ 1 ไว้ที่เชิงสะพานฝั่งพระนครด้วย
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าฯ กรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ ทรงออกแบบพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 1 ทรงเครื่องขัตติยราชภูษิตาภรณ์ ประทับเหนือพระราชบัลลังก์ หล่อด้วยสำริด
สำหรับสะพานนั้นบริษัททดอร์แมนลอง จากประเทศอังกฤษ เป็นผู้ออกแบบก่อสร้าง เป็นสะพานเหล็กยาว 229.76 เมตร กว้าง 16.68 เมตร ท้องสะพานสูงเหนือน้ำ 7.50 เมตร สามารถยกสะพานขึ้นลงเพื่อเปิดทางให้เรือขนาดใหญ่ผ่านได้ ออกแบบให้มีรูปลักษณ์เหมือนลูกศร มีปลายอยู่ที่ฝั่งธนบุรี งบประมาณในการสร้าง 4 ล้านบาท ซึ่งเป็นพระราชทรัพย์ของรัชกาลที่ 7 ส่วนหนึ่ง รัฐบาลส่วนหนึ่ง และเงินบริจาคของประชาชนส่วนหนึ่ง รัชกาลที่ 7 ทรงประกอบพิธีเปิดสะพานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ.2475

พระราชทานนามว่า สะพานปฐมบรมราชานุสรณ์ แต่ประชาชนนิยมเรียกกันว่า สะพานพระพุทธยอดฟ้า มาจนปัจจุบัน ด้วยที่เชิงสะพานเป็นที่ตั้งพระบรมราชานุสาวรีย์ของพระองค์

ในสงครามมหาเอเชียบูรพา พ.ศ.2488 ฝ่ายพันธมิตรทิ้งระเบิดหมายจะทำลายสะพานพระพุทธยอดฟ้าและโรงไฟฟ้าวัดเลียบ ซึ่งอยู่ใกล้กัน แต่ระเบิดไม่ได้ทำความเสียหายให้สะพานพระพุทธยอดฟ้าเลย ปัจจุบันนอกจากจะเป็นสาธารณูปโภคที่มีความสำคัญอย่างยิ่งของกรุงเทพแล้ว สะพานพระพุทธยอดฟ้า ยังเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของผู้คน ในเวลาตั้งแต่ 18.00 น.- 23.00 น. บริเวณเชิงสะพานฝั่งพระนครจะมีตลาดนัดใหญ่มีสินค้ามากมาย โดยเฉพาะเสื้อผ้า เครื่องประดับ เป็นที่นิยมของบรรดาวัยรุ่น นอกจากนี้ยังเป็นที่ขายงานศิลปะของบรรดานักศึกษาเพาะช่างอีกด้วย ตลาดนัดสะพานพุทธฯ เปิดทุกวันยกเว้นวันจันทร์ |